อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำเชื้อเห็ด

 

 

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำเชื้อเห็ด
ในการเพาะเห็ด ถ้าผู้เพาะเห็ดต้องการจะผลิตเห็ดแบบครบวงจร โดยการผลิตหัวเชื้อเห็ดเองตลอดจน การทำก้อนเชื้อเห็ดเองได้ ยิ่งเป็นการดี เพราะวิธีการดังกล่าวทำได้ไม่ยุ่งยากและผู้เพาะเห็ดสามารถ คัดเลือกพันธุ์ที่ดีได้ แต่ผู้เพาะเห็ดต้องเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ ในการเพาะเห็ดให้พร้อม และรู้จัก การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ดังนี้

หม้อนึ่งความดัน (autoclave) จัดเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการเพาะเห็ดชนิดหนึ่ง ที่ใช้สำหรับการนึ่งฆ่าเชื้อ จุลินทรียในอาหารวุ้น และเมล็ดธัญพืช หม้อนึ่งความดันจัดเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาค่อนข้าแพง โดยเฉพาะ หม้อนึ่งความดันที่สั่งเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ถ้าผลิตเอง ในประเทศไทย ราคาก็จะถูกลง ตามปกติ หม้อนึ่งความดันจะทำด้วยโลหะที่มีความทนทานต่อแรงกดดันได้ดีเป็นพิเศษ เพราะในการนึ่ง ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ จำเป็นต้องใช้ความดันค่อนข้างสูง ส่วนประกอบของหม้อนึ่งความดัน
(1) ตัวหม้านึ่งความดัน เป็นรูปทรงกระบอก ซึ่งทำจากโลหะผสมที่สามารถทนทานต่อแรงกดดันได้ ที่ขอบด้านบนด้านตัวหม้อ จะมีหูไว้สำหรับยึดติดกับฝาหม้อนึ่ง
(2) ฝาหม้อนึ่งความดัน จะประกอบด้วยที่จับซึ่งทำด้วยฉนวนช่วยให้สะดอกในการเปิดและปิดฝาหม้อนึ่ง และที่บริเวณขอบด้านบน ของฝาหม้อนึ่งจะมีร่องไว้สำหรับยึดติดกับฝาหม้อนึ่ง ร่องดังกล่าวจะอยู่เป็นคู่ ๆ อยู่ในลักษณะตรงกันข้าม
(3) ลิ้นปิด - เปิดระบายไอน้ำ จะอยู่ติดบนฝาหม้อ โดยจะอยู่ทางด้านขวามือของที่จับลิ้นปิด-เปิดระบายไอน้ำ ใช้สำหรับการระบาย ไอน้ำที่อยู่ในหม้อนึ่งและใช้ระบายอากาศในหม้อนึ่งความดัน ถ้าต้องการระบายไอน้ำ และอากาศในหม้อนึ่งออกจากหม้อนึ่ง ให้ยกตุ่มที่ระบายไอน้ำขึ้น ให้ตั้งตรง หรือตั้งฉากกับฝาหม้อไอน้ำและ
อากาศ ก็จะพ่องออกมาทางช่องระบายไอน้ำ แต่ถ้าต้องการจะปิดไม่ให้ไอน้ำภายในหม้อเพิ่มสูงขึ้น
(4) ที่วัดความดัน (Pressure guage) ใช้สำหรับวัดความดันของไอน้ำภายในหม้อนึ่งความดัน ซึ่งติดอยู่บนฝาปิด ทางด้านซ้ายมือ ของที่จับ ตามปกติที่วัดความดันจะมีหน่วยวัดความดันเป็นปอนด์ต่อตารางนิ้ว ตั้งแต่ 0.3 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ที่วัดความดันบางเครื่องจะมี อุณหภูมิบอกกำกับไว้ด้วย ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างความดันและ อุณหภูมิ ภายในหม้อนึ่ง ดังได้แสดงในตาราง ในระดับที่ความดันสูงกว่า 20 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว จะมีแถบสีดำ ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ ดังนั้น ในการใช้หม้อนึ่งความดันควรรักษาสภาพความดัน ภายในหม้อนึ่ง อย่าให้เกิน 20 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว

 

รูปร่างลักษณะหม้อนึ่งความดัน (autoclave)

ส่วนประกอบทั้งภายใน ภายนอก หม้อนึ่งความดัน

 

(5) เซฟตี้วาล์ว (Safety valve) จะอยู่ด้านหลังของที่จับ มีลักษณะคล้ายน๊อต ที่บริเวณตรงกลางจะมีรูเล็ก ๆ ภายในรูตรง กลางน๊อต จะมีตะกั่วชนิดพิเศษหลอมติดอยู่ ถ้าความดันภายในหม้อสูงเกินไป ตะกั่วภายในรก็จะละลาย ทำให้ไอน้ำระบายออกมา วิธีการนี้เป็นการ ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นเนื่องมาจากการระเบิดของหม้อนึ่ง ซึ่งเกิดจากความดันไอน้ำภายในหม้อนึ่งสูงเกินไป จึงเรียกตัวควบคุมนี้ว่า Safety valve
(6) หม้อชั้นใน เปิดหม้อที่ใช้สำหรับใส่ภาชนะหรืออาหารที่จะนึ่งฆ่าเชื้อ หม้อชั้นในมีขนาดพอที่สวมลงไป ในหม้อชั้นนอกได้พอดี แต่หม้อนึ่งความดันที่มีขนาดเล็กอาจไม่มีหม้อนึ่งชันในก็ได้ หม้อนึ่งชั้นในจะมีหูจับทั้ง 2 ข้าง เพื่อสะดวกในการยกเข้า ยกออกจากหม้อนึ่งชั้นนอก ที่บริเวณด้านข้างของหม้อชั้นใน จะมีช่องสี่เหลี่ยมเล้ก ๆ ติดอยู่ด้านข้างของหม้อ ประมาณ 3/4 ของหม้อนึ่งชั้นใน ช่องดังกล่วใช้สำหรับใส่สาย หรือท่อไล่ไอน้ำที่อยู่ติดกับ ฝาหม้อ
(7) ตะแกรง
มีไว้สำหรับวางรองรับหม้อนึ่งชั้นใน ตะแกรงดังกล่าวมีความสูงประมาณ 0 - 2 ซ.ม. และมีขนาดพอที ่วางรองรับ หม้อนึ่งชั้นในได้พอดีก่อนทำการนึ่งให้ใส่น้ำลงในหม้อชั้นนอก ให้ระดับน้ำอยู่ปริ่มตะแกรงพอดี

วิธีใช้หม้อนึ่งความดัน
จากการที่หม้อนึ่งความดันมีราคาแพง ถ้าผู้ใช้ไม่รู้จักวิธีใช้ หรือใช้ไม่ถูกต้องก็ไม่สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย ์ได้ทั้งหมดและอาจเกิดอันตราย กับผู้ใช้ได้ ผู้ใช้จำเป็นต้องศึกษาวิธีการใช้ให้ถูกต้อง และต้องปฏิบัติ ตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้
(1) ก่อนที่จะนำอาหารเลี้ยงเชื้อเห็ด หรือเมล็ดธัญพืชมานึ่งด้วยความดัน ควรเตรียมวัสดุดังกล่าวให้เรียบร้อย เสียก่อน เช่น นำอาหาร เลี้ยงเชื้อเห็ดหรือเมล็ดธัญพืชที่ผ่านการเตรียมเรีบร้อยแล้วบรรจุขวด จุกด้วยสำลี และหุ้มด้วยกระดาษ พร้อมกับน้ำมาใส่ในหม้อนึ่งชั้นใน
(2) ให้วางตะแกรงลงไปในหม้อนึ่งชั้นนอก พร้อมกับเติมน้ำลงไปเล็กน้อย ให้มีระดับปริ่ม ๆ ตะแกรง จากนั้น ให้ยกหม้อนึ่งชั้นในสวม ลงไป แต่ถ้าหม้อนึ่งความดันไม่มีหม้อนึ่งชั้นใน ก็ให้นำขวดที่บรรจุอาหารวุ้น หรือเมล็ดธัญพืชวางเรียงบนตะแกรงในลักษณะตั้งให้เรียบร้อย
(3) ในการปิดฝาหม้อนึ่งความดัน
ให้สังเกตฝาหม้อนึ่งทุกใจจะมีเครื่องหมายเป็นขีดหรือเป็นสามเหลี่ยมที่บริเวณด้านริมของฝา ในการปิดฝาดังกล่าว ควรให้หัวลูกศร หรือปลายของสามเหลี่ยมตรงกับเครื่องหมาย หรือตำหนิที่อยู่ตรงบริเวณขอบตัวหม้อนึ่งด้านบนซึ่ง จะทำให้ฝาปิดสนิท เวลานึ่งไอน้ำจะไม่รั่วออกทางด้านข้าง ส่วนฝาหม้อนึ่งที่สายหรือท่อไล่ไอน้ำ ให้ใส่สายหรือท่อไล่ ไอน้ำตงบริเวณช่องสี่เหลี่ยม ที่ติดอยู่ด้านข้างของหม้อนึ่งชั้นใน
(4) หลังจากที่ปิดฝาหม้อนึ่งความดันแล้ว การขันหูของหัวหม้อให้ติดกับฝาหม้อนับว่ามีความสำคัญมาก เพราะถ้า ขันไม่ถูกต้อง จะทำให้ไอน้ำรั่วออกมากในขณะนึ่งได้ การขันฝาหม้อให้ติดกิบตัวหม้อ ให้ขันทีละคู่ที่อยู่ตรงข้ามกัน คล้ายการขันน๊อตล้อรถยนต์ เพื่อให้ฝาหม้อ ลงไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งช่วยให้ฝาสนิทแมน่นกับตัวหม้อ รูปร่างลักษณะ ของหม้อนึ่งความดัน (atuclave) ส่วนประกอบทั้งภายนอกภายในหม้อนึ่งความดัน
(5) เมื่อเปิดฝาเรียบร้อยแล้ว
ให้ยกหม้อนึ่งขึ้นตั้งไฟ ในระยะแรกของการนึ่งให้เปิดระบายไอน้ำด้านบนที่ติดอยู่ กับฝา เพื่อไล่อากาศ ที่อยู่ภายในหม้อออกให้หมด เพราะถ้ามีอากาศเหลือตกค้างอยู่ภายในหม้อนึ่ง จะทำให้ อุณหภูมิ ภายในหม้อนึ่งไม่แน่นแน หรือมีอุณหภูมิต่ำจนไม่สามารถ ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้หมดถ้าภายในหม้อนึ่งมี อากาศเหลืออยู่ ทำให้อุรหภูมิภายในหม้อนึ่งความดันต่ำกว่า ดังนั้นในการฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งความดัน จึงจำเป็น ต้องไล่อากาศภายในหม้อนึ่งออกให้หมด โดยให้สังเกตไอน้ำที่ระบายออก ในระยะแรกไอน้ำที่ระบายออกมาใน อากาศจะขาดเป็นช่วง ๆ แสดงว่าอากาศ ภายในหม้อยังถูกไล่ออกมาไม่หมด ควรทิ้งไว้จนกระทั่งไอน้ำที่ระบาย ออกมา จากหม้อนึ่งความดัน มีลักษณะเป็นสายค่อนข้างสม่ำเสมอ แสดงว่าไอน้ำ ที่ระบายออกจากหม้องนึ่ง ไล่อากาศที่อยู่ภายในหม้อนึ่งออกมาหมดแล้ว หรือภายในหม้อนึ่งมีสภาพเป็นศูนญญากาศ
(6) หลังจากนั้น ให้ปิดที่ระบายไอน้ำ ความดันภายใหม้อก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่สังเกตจากที่วัดความดัน เข็มของที่วัดความดันจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งความดันไอน้ำภายในหม้อนึ่งสูง 15 - 18 ปอนด์/ตารางนิ้ว หรือุณหภูมิภายในหม้อสูง 121.3 - 124.3 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าว่าเป็นระดับความร้อน ที่สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้เกือบทุกชนิดให้รักษาความระดับความดันดังกล่าวไว้ประมาณ 20 - 30 นาที โดยการลด ความร้อนหรือปรับความร้อนจากเชื้อเพลิง ให้ความดันอยู่ในระดับคงที่และต้องระวังอย่าให ้ความดันลดต่ำกว่า 15 ปอนด์/ตารางนิ้ว เป็นอันขาดเมื่อ ครบตามเวลาที่ต้องการประมาณ 20 - 30 นาที แล้วให้ดับไฟและยกหม้อนึ่งลง
(7) ในการนึ่งฆ่าเชื้อโดยใช้หม้อความดันนั้น ไม่ว่าจะเป็นการนึ่งอาหารวุ้น หรือนึ่งเมล็ดข้าวฟ่างก็ตาม ควรรักษาความดันอย่าให้เกิน 20 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพราะถ้าใช้ความดันสูง ๆ นอกจากจะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้แล้ว ยังทำให้คุณค่าของอาหารบางอย่างของอาหารที่นึ่งเสียไปได้
(8) หลังจากนึ่งฆ่าเชื้อใหม่ ๆ อย่าเปิดที่ระบายไดน้ำทันที เพราะจะทำให้จุกสำลีที่ปิดจุกภาชนะหลุดในขณะที่ไอน้ำพุ่งออมาทางที่ระบาย ไอน้ำ และไอน้ำที่พุ่งออกมา อาจลวกมือได้ ควรปล่อยให้หม้อนึ่งลดเย็นตัวเล็กน้อย จึงค่อย ๆ เปิดที่ระบายไอน้ำ เพื่อระบายไอน้ำจน ความดันภายใน หม้อนึ่งลดลงถึง 0 ปอนด์/ตารางนิ้ว จึงค่อย ๆ คลายที่ยึดฝาและตัวหม้อนึ่งออกและนำวัสดุหรือ อาหารที่นึ่งออกจากหม้อนึ่ง แต่ถ้าปล่อยนึ่งทิ้งไว้ ค้างคืนโดยไม่เปิดฝา หรือไม่เปิดที่ระบายไอน้ำ หลังจากนึ่ง ฆ่าเชื่อแล้ว ไอน้ำภายในหม้อจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำหมด ทำให้ภายในหม้อมี่ความดัน น้อยกว่าภายนอก ถ้าเป็น หม้อนึ่งบางชนิดจะมีเปิดฝาไม่ออก หรือเปิดฝาได้ยาก ถ้าเกิดปัญหาเช่นี้ให้นำหม้อนึ่ง ขึ้นตั้งไฟใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ ภายในหม้อนึ่งเกิดแรงดันจนฝาหม้อนึ่งสามารถเปิดได้

หม้อนึ่งลูกทุ่ง
จัดเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง ที่ใช้สำหรับนึ่งก้อนเชื้อเห็ดเพราะสามารถนึ่ง ไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ ประหยัดเชื้อเพลิง หม้อนึ่ง พวกนี้ส่วนใหญ่จะดัดแปลงมาจากการใช้ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ก็ได้ ที่ฝาของ หม้อนึ่งแบบลุกทุ่งให้ใช้ตะปูดขนาด 1 นิ้ว เจาะตรงฝา 1 รู ส่วนภายในหม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง ให้ทำตะแกรงสูงประมาณ 12 - 15 ชั่วโมง ภายในหม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง อาจทำหม้อนึ่งชั้นในสวมอีกใบหนึ่งก็ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ถุง ก้อนเชื้อติดด้านข้างหม้อนึ่ง เพราะอาจทำให้ถุงก้อนเชื้อไหม้เสียหายได้ หรืออาจจะ ใช้ถุงปุ๋ยบุด้านข้างของถังนึ่ง ก้อนเชื้อก็ได้ แสดงส่วนประกอบและวิธีการนึ่งหม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง วิธีใช้หม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง การใช้หม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง ให้ปฏิบัติเป็นขั้น ๆ ดังนี้

แสดงส่วนประกอบและวิธีการนึ่งหม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง

1. ให้วางตะแกรงลงในหม้อนึ่งแบบลูกทุ่งพร้อมกับเติมน้ำใส่ลงไปให้ระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าระดับตะแกรงเล็กน้อย
2. ให้สวมหม้อนึ่งชันในใส่ลงไป ถ้าไม่มีอาจจะใช้กระสอบปุ๋ยหรือกระดาษหนังสือพิมพ์หรือผ้าดิบ บุดที่ด้านข้าง ของถัง พร้อมกับ ใส่ถุงก้อนเชื้อเห็ดลงไปจนเต็มถัง
3. ให้ปิดฝาถังนึ่งแบบลูกทุ่ง พร้อมกับจุดไฟต้มน้ำให้เดือดเพื่อให้ไอน้ำไปฆ่าเชื้อต่าง ๆ ภายในถังก้อนเชื้อ การนึ่งก้อนเชื้อด้วย ถังนึ่งแบบลูกทุ่งให้จับเวลาตั้งแต่เดือดหรือไอน้ำพุ่งออกมาจากรูที่เจาะไว้นานประมาณ 2 - 3 ชัวโมง โดยรักษาเปลวไฟให้สม่ำเสมอ แต่ถ้าเป็น หม้อนึ่งที่บรรจุก้อนเชื้อ ตั้งแต่ 1,000 ถุงขึ้นไป ควรใช้เวลา นึ่งประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง

ตู้เขี่ยเชื้อ ตู้เขี่ยเชื้อเห็โจัดเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งในการเพาะเห็ด ทั้งนี้เนื่องจากในสภาพบรรยากาศ ทั่ว ๆ ไป จะมีเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อจุลินทรีย์อื่น ๆ เป็นจำนวนมากที่จะเจริญแข่งขันกับเชื้อเห็ด ผู้เพาะเห็ดจึงจำเป็นต้องมีตู้เขี่ยเชื้ออาจทำได้ง่าย ๆ โดยใช้เป็นไม้อัดประกอบ เป็นตู้ ดังแสดงในรูป บรเวณด้านหน้าของตู้เขี่ยเชื้อ ควรใช้แผ่นกระจก เพราะจะช่วยให้สามารถมองเป็นสภาพภายในและสะดวก ในการปฏิบัติการ ขณะกำลังทำการเขี่ยเชื้อ ที่บริเวณด้านล่างของตู้เขี่ยเชื้อให้เจาะเป็นช่อง มีขนาดพอ ที่มือจะสอดเข้าไปปฏิบัติการได้สะดวกส่วนด้านบนมีช่องระบาย อากาศให้อากาศเข้าออกได้เล็กน้อย ทำให้ภายในตู้มีก๊าซอ๊อกซิเจนเพียงพอต่อากรเผาไหม้ในขณะจุดตะเกียงแอลกอฮอล์ ภายในตู้เขี่ยเชื้ออาจติด หลอดอุลต้าไวโอเล็ต หรือไม่ก็ได้ ก่อนทำการเขี่ยเชื้อควรปฏิบัติดังนี้


1. ทำความสะอาดตู้เขี่ยเชื้อ ด้วยการเช็ดถูฝ่านละอองที่เกาะตามพื้นและบริเวณข้าตู้ออกให้หมด
2. ทำการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ภายในตู้เขี่ยเชื้อ ด้วยการรมควันตู้เขี่ยเชื้อ โดยใช้ฟอร์มาลินหยดลงบนด่างทับทิม ซึ่งทำให้เกิดควัน อบฆ่าเชื้อภายใรู้เขี่ยประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง และทิ้งตู้ไว้ประมาณ 4 - 5 วัน ก่อนลงมือปฏิบัติการ

3. การใช้แอลกอฮอล์ฉีดพ่น แอลกอฮอล์ที่ใช้ควรมีความเข้มข้น 70% ให้ทำการฉีดพ่นฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ภายในตู้และทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง ก็สามารถลงมือปฏิบัติได้ วิธีนี้เป็นวิธีที่สะดอกในการปฏิบัติมาก และไม่เสียเวลา

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเขี่ยเชื้อ
ในการเขี่ยเชื้อเห็ดทุกชนิด วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้จะต้องสะอาดและทนทานความร้อนได้ดี วัสดุและอุปกรณ์ ที่ใช้ในการทำหัวเชื้อที่สำคัญ ได้แก่
1. เข็มเขี่ยเชื้อ เข็มเขี่ยเชื้อผู้เพาะอาจทำเองก็ได้ โดยใช้พู่กันขนาดเล็ก และเข็มร้อยพวงมาลัย โดยการ ตัดเข็มร้อยพวงมาลัยให้มี ความยาว 3 - 4 นิ้ว พร้อมกับนำไปลนไฟพร้อมพู่กัน เมื่อขนพู่กันถูกไฟไหม้ ให้สอดเข็มเข้าปทันทีขนาดของเข็มและรูของพู่กันจะเข้ากันได้พอดี แต่ทางที่ดีควรให้เข็มเขี่ยที่มี จำหน่ายตามร้านขายอุปกรณ์เพาะเห็ดจะดีกว่า ราคาประมาณ 18 - 20 บาท เข็มเขี่ยดังกล่าว ด้านจะทำด้ามจะทำด้วย อลูมิเนียม ซึ่งแข็งแรงทนทาน ส่วนลวดที่ใช้ในการทำเข็มเขี่ยทำมาจากโลหะที่ม ีส่วนผสมของนิเกิล และโครเมี่ยม เรียกว่า ลวดนิโครม (Nichrome) ลวดพวกนี้มีคุณสมบัติเย็นและร้อนเร็ว เข็มเขี่ยเชื้อที่นิยมใช้กันมีอยู่ 3 แบบ แสดงรูปร่างลักษณะของตู้เขี่ยเชื้อเห็ดและการปฏิบัติงานภานในตู้เขี่ยเชื้อ รูปร่างลักษณะของเข็มเขี่ยแบบต่าง ๆ ที่ใช้ในการเขี่ยเชื้อเห็ด อุปกรณ์ที่ใช้ในการเขี่ยเชื้ออันประกอบด้วย แอลกอฮอล์ จุดไฟ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื่อ ตะเกียงแอลกอฮอล์ และเข็มเขี่ยเชื้อเห็ด

เข็มเขี่ยเชื้อแบบต่าง ๆ


(1) เข็มเขี่ยที่ใช้จิกเนื้อเยื่อเห็ดลักษณะของเข็มจะต้องมีปลายแหลมที่บริเวณปลายเข้มให้งอตั้งฉากกับตัวเข็ม เพื่อสะดวก ในการตัดและจิกเนื้อเยื่อของดอกเห็ด
(2)
เข็มเขี่ยที่ใช้ในการแยกสปอร์ หรือเข็มเขี่ยแบบลูป (loop) เข็มเขี่ยเชื้อพวกนี้จะใช้ลวดเล็กกว่าแบบแรก ที่ปลายเข็มมีลักษณะ เป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 4 - 5 ม.ม.
(3)
เข็มเขี่ยแบบแยกเนื้อเยื่อเห็ดหูหนู เป็นเข็มเขี่ยเชื้อทีดัดแปลงมาจากแบบแรก โดยการทุบบริเวณปลายเข็ม ให้แบนพร้อม กับงอให้ตั้งฉาก คล้ายกับจอบ ซึ่งเหมาะสมที่จะใช้เขี่ยเนื้อเยื่อจากเห็ดหูหนูที่มีหมวกดอก บางกว่าเห็ดชนิดอื่น ๆ

2. ตะเกียงแอลกอฮอล์ อาจจะทำมาจากอลูมิเนียม หรือแก้วก็ได้ ตะเกียงพวกนี้มักมีฝาครอบช่วยป้องกันไม้ให้แอลกอฮอล์ระเหย ออกมา ส่วนเชื้อเพลิงที่ใช้อาจใช้ เมทธิลแอลกอฮอล์ หรือเอทธิลแอลกอฮอล์ก็ได้ ทั้งนี้เพราะเชื้อเพลิงที่ใช้ดักล่าวไม่มีเขม่าจับเข็มเขี่ยเชื้อและ ปากขวดหลังจากปฏิบัติงานแต่ละครั้ง ควรใช้ฝาครอบตะเกียงแอลกอฮอล์ครอบตะเกียงเอาไว้เพื่อป้องกัน ไม่ให้แอลแอฮอล์สูญเสียไปโดยเปล่า ประโยชน์

ตะเกียงและแอลกอฮอล์

3. แอลกอฮอล์ (alcohol) จัดเป็นเชื้อเพลิงที่เหมาะสมสำหรับที่จะนำมาใช้ในการเพาะเห็ดอย่างยิ่ง เพราะเปลวไฟพวกนี้ไม่มีเขม่า แอลกอฮอล์ที่นิยมใช้กันทั่ว ๆ ไป มี 2 ชนิด คือ
(1) เมทธิลแอลกอฮอล์ (methyl alcohol) จัดเป็นแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมต่อการนำมาจุดไฟอย่างยิ่ง เพราะเปลวไฟ พวกนี้ไม่มีเขม่า แอลกอฮอล์ชนิดนี้จัดเป็นแอลกอฮอล์ที่มีอันตราย รับประทานไม่ได้ แอลกอฮอล์ชนิดนี้มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่ว ๆ ไป
(2) เอทธิลแอลกอฮอล์ (ethyl alchol) จัดเป็นแอลกอฮอล์ที่เหมาะต่อการนำมาใช้ฆ่าเชื้อซึ่มีจำหน่ายตามร้านขายยา และร้านเคมีภัณฑ์ แอลกอฮอล์ พวกนี้มีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีความเข้มข้น 95% และชนิดที่มีความเข้มข้น 70% ถ้าเป็นแอลกอฮอล์ชนิด เข้มข้น 95% สามารถดัดแปลงนำมาทำเป็นเชื้อเพลิงได้แต่ไม่นิยมใช้แอลกอฮอล์ชนิด 95% มาใช้ฆ่าเชื้อ เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองแล้ว ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อยังไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งนี้เพราะแอลกอฮอล์ชนิดนี้ ระเหยเร็วเกินไป แต่ถ้าจะใช้แอลกอฮอล์ 95% ในการฆ่าเชื้อ ควรนำ แอลกอฮอล์ 3 ส่วน ผสมกับน้ำที่สะอาด 1 ส่วน ส่วนแอลกอฮอล์ที่นิยมใช้ฆ่าเชื้อเป็นแอลกอฮอล์ 70% ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่ว ๆ ไป