| การเลือกซื้อ CD-ReWrite | |||||||
|
เกร็ดน่ารู้ก่อนเริ่มต้น CD-Recorder ช่วยให้คุณ สามารถ บันทึก ข้อมูล ลงในแผ่น CD-R และ CD-RW ขึ้นอยู่กับ วัตถุประสงค์ ในการ ใช้งาน ของคุณ CD-R หรือ CD-Recorder คือแผ่นซีดี ที่คุณ สามารถ บันทึก ข้อมูล ได้ ครั้งเดียว แต่เมื่อ บันทึก ลงไปแล้ว ข้อมูลนั้น ก็อยู่ บนแผ่น อย่างถาวร ไม่สามารถ ลบออก เพื่อ บันทึกซ้ำ ใหม่อีก ในปัจจุบัน CD-R เป็นที่ นิยม อย่างแพร่หลาย เพราะมี ราคา ไม่แพง และสามารถ เก็บข้อมูล ไว้เปิดดู ได้นาน ทานทน CD-RW หรือ CD- Rewritable คุณสามารถ บันทึก ข้อมูล ซ้ำลงบน แผ่นแบบนี้ ได้หลายครั้ง ( อาจ มากถึง 1,000ครั้ง ) ราคา จะแพงกว่า CD-R แต่ก็ ตอบสนอง การใช้งาน ได้มากกว่า เพราะ คุณสามารถ ที่จะ เลือก บันทึก หรือลบ ข้อมูล ออก จากแผ่น CD ได้ในครั้งเดียว หรือ อาจเลือก บันทึก หรือลบ เพียง บางส่วน ก็ได้ เลือกรูปแบบไหนดี เครื่องเขียนแผ่น CD มี 2 รูปแบบให้คุณเลือกใช้ นั่นคือ แบบติดตั้งภายในเครื่อง และแบบติดตั้งภายนอกเครื่อง 1. รูปแบบติดตั้งภายในเครื่อง ( Internal ) เป็นรูปแบบ ที่นิยมใช้งานมากที่สุด และมีราคาที่ต่ำกว่าแบบติดตั้งภายนอกเครื่อง โดยที่จะต้องติดตั้ง เข้าไปยัง ช่องใส่ เครื่องเล่น CD ที่เป็นช่องว่างภายใน Case คอมพิวเตอร์อีกทีหนึ่ง สำหรับ เครื่องเขียนแผ่น CD แบบ Internal นี้ ยังมีให้คุณ เลือกใช้งานอีก 2 รูปแบบ ตามลักษณะการต่อเชื่อม นั่นคือ
2. รูปแบบติดตั้งภายนอก ( External ) ถือเป็นรูปแบบ ที่มีความยืดหยุ่น มากที่สุด นั่นเพราะว่า คุณสามารถ พกพา เครื่องเขียนแผ่น CD นี้ ไปไหนต่อไหน ได้อย่างสะดวก แถมยังติดตั้ง ได้อย่างง่ายดาย โดยที่ คุณมีทางเลือก สำหรับการต่อเชื่อม ได้ 2 รูปแบบ คือ
ความเร็วในการเขียน CD-Recorder มีตัวเลข แสดงค่า ความเร็ว เป็น X เช่นเดียว กับ CD-ROM ยิ่งตัวเลขหน้า X สูงมาก เท่าไหร่ ก็ยิ่ง หมายถึง ความเร็ว ที่มากขึ้น เท่านั้น เช่น รุ่น 1X สามารถ บันทึก ข้อมูล เพลง ที่มี ความยาว 20 นาที โดยใช้ เวลา 10 นาที แต่รุ่น 10X จะใช้ เวลา แค่ 1นาที เท่านั้น กับเพลง ที่มี ความยาว เท่ากัน นั้น CD-Recorder มีความเร็ว ในการอ่าน, เขียน และเขียน ข้อมูลซ้ำ ในหลายระดับ ให้คุณ เลือกใช้งาน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความเร็วนี้ ก็อาจจะสร้างความสับสนขึ้นมาก็ได้ เพราะส่วนใหญ่แล้ว จะมีหลายตัวเลข เรียงกันมา ดังเช่น 12x/8x/32x เราจึงอยากอธิบายเพิ่มเติม ถึงตัวเลขดังกล่าวนั่นคือ
Buffer Buffer ก็คือ หน่วยความจำประเภทหนึ่งนั่นเอง โดยมีหน้าที่ สำหรับพักข้อมูล ในการถ่ายโอนระหว่างฮาร์ดดิสก์ กับเครื่องเขียน CD นั่นหมายความว่า ยิ่งมี Buffer มาก ก็จะยิ่งช่วยให้ การเขียนแผ่น CD มีความเสถียร และมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ( Buffer ก็ทำงานคล้ายๆ กับ RAM ของ PC นั่นเอง ) วิธีการดูขนาดของ Buffer นั้น ให้คุณดูที่ข้างกล่องว่า มีขนาดเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ขนาดสูงสุด ไม่ใช่ว่าจะดีที่สุดเสมอไป เพราะมันหมายถึงราคา ที่เพิ่มสูงจนเกินความจำเป็น สิ่งที่คุณ ควรคำนึง เกี่ยวกับ Buffer นั่นคือ เลือกขนาดให้เหมาะสม ไม่น้อย เกินไป จนอาจเกิดปัญหา ต่อการใช้งาน และไม่มากถึงขนาดที่ ต้องเสียเงินแพงกว่าปกติ Burn Proof หรือ No Buffer Under Run เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมาจาก Buffer นั่นเอง โดยที่ ถึงแม้ว่าเครื่องเขียนแผ่น CD ของคุณ จะมี Buffer อยู่ก่อนแล้ว แต่ก็มีโอกาสบ่อยครั้งมาก ที่ Buffer ที่มีอยู่นั้น ไม่เพียงพอ ในการใช้งาน โดยอาจจะเกิดขึ้น เพราะความเร็วในการเขียน ที่สูงไป หรือคุณ อาจจะใช้งาน ควบคู่ไปกับ การทำงานอื่นๆ ไปด้วย ซึ่งต่างก็ส่งผล ต่อการทำงานของ Buffer ทั้งสิ้น ซึ่งหากเกิดปัญหา Buffer ไม่เพียงพอ ก็จะเกิดปัญหา ข้อมูลที่เขียนแผ่น CD ขาดช่วงขึ้นมา ทำให้แผ่นที่เขียนอยู่นั้นเสียไป เราเรียกปัญหานี้ว่า "Buffer Under Run Error" แต่ด้วย เทคโนโลยี Burn Proof นี้ จะช่วยแก้ปัญหา Buffer เพราะสามารถ หยุดเขียนแผ่น ในกรณีที่ Buffer ไม่พอ และกลับมาเขียนต่อ เมื่อเครื่องสามารถ ทำงานได้ตามปกติ ซึ่งก็เป็นความจำเป็น ที่คุณจะต้องสอบถาม จากผู้ขายว่า เครื่องที่คุณสนใจนั้น รองรับเทคโนโลยีนี้หรือไม่ ผู้ขาย และการรับประกัน จริงอยู่ที่ว่า ของถูก ย่อมล่อใจ ให้น่าเลือกซื้อมากกว่า แต่คุณอย่าลืมด้วยว่า ของถูกและดีนั้น มีน้อยมาก ที่สำคัญ ลักษณะการทำตลาด ในเมืองไทยนั้น มีผู้นำเข้าหลายราย ที่นำเอาของหนีภาษีเข้ามาขาย ทำให้สามารถ กดราคาลงมาได้ต่ำ แต่เมื่อ การทำตลาดเป็นแบบนี้ เราจึงไม่คาดหวังว่า จะได้รับบริการหลังการขายที่ดีนัก และเหตุการณ์ ก็มักจะเป็นเช่นนี้เสมอๆ เราจึงแนะนำให้คุณ เลือกซื้อสินค้า จากผู้นำเข้าที่ถูกกฎหมาย และมีบริการหลังการขายที่ดี เพราะถึงแม้ว่า จะต้องเสียเงินมากกว่า แต่คุณก็ยังมั่นใจได้ว่า คุณจะได้รับการคุ้มครอง หลังจากที่ได้ซื้อสินค้าไปแล้ว
| |||||||