| เรื่องน่ารู้ของ Intel Celeron | |
|
หลังจากที่ Intel ได้วางตลาด CPU ตัวใหม่คือ Pentium II
ไปแล้ว แต่ด้วยราคาที่แพงมาก เมื่อเทียบกับ ของยี่ห้ออื่น รวมทั้งเปลี่ยน
Interface ใหม่มาใช้บน SLOT 1 ซึ่งแน่นอน ใครที่คิดจะใช้ Pentium II
ก็ต้องเปลี่ยน Mainboard ใหม่แน่ๆ เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เองทำให้อนาคตในตลาดระดับล่างมืดมน แต่ทาง Intel
ไม่ต้องการที่จะพลาดท่าเหมือนที่เคยพลาดมาแล้ว จึงได้ ออก CPU Celeron
เพื่อมาดึงตลาดระดับล่างคืน โดย Celeron รุ่นแรกๆนี้ มีชื่อ code การผลิตว่า
Covinton และ ใช้ Interface SLOT 1 เหมือน Pentium II Celeron Covinton นี้ ใช้ core เดียวกับ CPU Pentium II รุ่นใหม่ๆ ที่มีขนาดความเร็ว 350-450 MHz ( Deschutes core ) เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการออกแบบ core ใหม่ และยังตัดส่วนของ cache ระดับ 2 ( L2 cache ) ออกไปด้วย ทำให้ลดค่าใช้จ่ายลงไปอีกมากพอตัวเลยทีเดียว โดยรุ่นแรกที่ออกมานั้น มีความเร็ว 266 และ 300 MHz และราคานั้น ก็ต่างจาก CPU Pentium II ที่ความเร็วเท่าๆกัน กว่าครึ่ง แต่แล้ว ฝันของ Intel ก็ต้องสลาย เพราะการที่ตัด L2 cache ออกไปนั้น เป็นความผิดพลาดอย่างยิ่ง จริงอยู่ที่ว่า ถ้าใช้เล่นเกมส์หรือทำงานง่ายๆแล้ว พวกนี้จะเร็ว พอๆกับ Pentium II แต่หากเป็นงานพวก Office Application หรืองานที่ต้องการ L2 cache แล้วละก็ผลที่ได้จาก Celeron รุ่นนี้ก็แย่มากๆเลยทีเดียว ซึ่งในขณะเดียวกัน นั้นเอง AMD ก็ออก K6-2 ซึ่งใช้ L2 บน Mainboard ที่มีขนาดตั้งแต่ 512K จนปัจจุบันนี้ ก็มี Mainboard ที่ มี L2 cache ถึง 2M ออกมา ก็ทำให้ งานด้านดังกล่าว AMD K6-2 ตี Celeron สาย Covinton เสียกระจุย Intel จึงต้องแก้ไข Celeron เสียใหม่ โดยการเพิ่ม L2 cache เข้าไปบนด้วย เป็น on-die cache ที่มีขนาด 128 KB และ ทำงานที่ความเร็วเดียวกันกับ CPU โดยที่ในส่วนของ CPU ยังคงใช้ architecture เดิม ต่างกันตรง L2 cache เท่านั้น และ ก็ทำการเรียกชื่อ code ใหม่ ว่า Mendocino โดยเริ่มใช้ความเร็วที่ 300MHz และเพื่อไม่ให้สับสนกับ Celeron 300 สาย Covinton จึงเรียกเป็น Celeron 300A ปัจจุบัน ทาง Intel ได้ทำการลดค่าใช้จ่ายลงมาอีกนิดหน่อย เพราะทำการเปลี่ยน Interface จาก SLOT 1 กลับมาใช้ เป็น socket อีกครั้งหนึ่ง โดยเป็น socket 370 pin และ รูปร่างของ CPU ก็ดูคล้ายกับ Pentium MMX ต่างกันที่ จำนวนขา (pin) และราคาก็ถูกกว่า Celeron A ที่ความเร็วเท่ากัน อีกเล็กน้อย Stepping โดยปกติแล้ว จะพบว่า CPU ที่มีค่า Stepping มากกว่า 0 มักจะ Overclock ไม่ค่อยได้ หรือ มีเปอร์เซ็นต์สำเร็จ ในการ OverClock ต่ำกว่า CPU ที่มี Stepping เป็น 0 แต่ว่า มันจะมีความ Stable สูงกว่า สรุปง่ายๆ ก็คือ CPU ที่มี Stepping มาก ก็ยิ่ง OverClock แต่มันก็มากด้วยความ Stable S-Code OEM นั้น จะเป็น CPU ที่อยู่บน SEPP (Single Edge Processor Package) เท่านั้น จะไม่มี Heatsink หรือ พัดลมมาให้ และมักจะรับประกันเพียงไม่นาน ซึ่งเป็นการประกันโดยผู้ขายเอง ไม่ใช่จากทาง Intel Retail หรือ ที่เราเรียกกันว่า แบบกล่อง (BOX) ซึ่งแบบนี้ จะมี Heatsink และพัดลมติดมาพร้อมกันเลย โดยทั้งหมดจะถูกบรรจุอย่างดีในกล่อง พร้อมด้วยคู่มือ 11 ภาษา รวมถึงรับประกันจากทาง Intel 3 ปี S-Code จะดูได้จากบนกล่องที่บรรจุ ( สำหรับ Retail ) หรือ ที่ด้านซ้ายมือด้านหลังของแผงวงจร SEPP Celeron 266 (Deschutes core ไม่มี L2 cache) SL2SY Stepping 0 OEM SL2QG Stepping 1 Retail SL2TR Stepping 1 OEM SL2Y3 Stepping 2 Retail SL2YN Stepping 0 Retail -------------------------- Celeron 300 (Deschutes core ไม่มี L2 cache) SL2YP Stepping 0 OEM SL2Y2 Stepping 1 Retail SL2X8 Stepping 1 OEM SL2Y4 Stepping 2 Retail SL2Z7 Stepping 0 Retail -------------------------- Celeron 300A (Mendocino core มี L2 128 Kb) SL2WM Stepping 0 OEM SL32A Stepping 0 Retail -------------------------- Celeron 333 (Mendocino core มี L2 128 Kb) SL2WN Stepping 0 OEM SL32B Stepping 0 Retail -------------------------- Celeron 366 (L2 128Kb, Socket 370-pin) SL35S Stepping 0 Retail -------------------------- Multiplier Lock
ทาง Intel จึงตัดทาง OverClock ลงโดยการ Lock ค่าตัวคูณ ซึ่งโดยปกติ เราจะทำการ set ค่าเหล่านี้ ผ่านทาง Mainboard แต่ด้วย Architecture ใหม่ของทาง Intel ทำให้ CPU ใช้ค่า Multiplier ซึ่งถูกกำหนดไว้โดย Intel เอง และ ไม่สนใจค่า Multiplier ที่ กำหนดขึ้นจาก Mainboard Celeron 266 จะมีตัวคูณ ( Multiplier ) ที่ 4 และใช้ FSB ที่ 66 MHz Celeron 300 และ 300A มีตัวคูณ ที่ 4.5 ใช้ FSB ที่ 66 MHz เช่นกัน Celeron 333 และ 366 มีตัวคูณ ที่ 5 และ 5.5 ตามลำดับ และยังคงใช้ FSB ที่ 66 MHz เช่นเดิม | |